Kansas City กับการดูแลประชากรกว่าสองแสนคน ภายใต้ความสะดวกสบายของระบบเน็ตเวิร์กเดียวกัน

Kansas City กับการดูแลประชากรกว่าสองแสนคน ภายใต้ความสะดวกสบายของระบบเน็ตเวิร์กเดียวกัน

Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะ Digital คือส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน จึงเสมือนภารกิจของทุกวงการต่อจากนี้ไม่เว้นแม้แต่หน่วยปกครองของรัฐ ดังเช่น Kansas City ในอเมริกาที่เชื่อมต่อประชากรทุกคนในเมืองเข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Smart City ได้อย่างคุ้มค่า

ไม่ใช่แค่บริษัท หรือองค์กรธุรกิจที่ต้องการการทำ Digital Transformation แต่เมืองก็ต้องการเช่นกัน

แคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ต้องการเชื่อมต่อประชากรในเมืองกว่า 200,000 คน ที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเมืองแห่งนี้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เทศบาลเมืองมีวิสัยทัศน์ว่า นอกจากระบบสาธารณูปโภคที่สะดวกสบาย ถนนหนทางที่ดี หรือบริการสาธารณะที่ต้องมีในฐานะเมืองที่น่าอยู่อาศัยแล้ว การเปลี่ยนตัวเองเป็น Smart City ด้วยเทคโนโลยีก็เป็นเรื่องจำเป็นด้วยเหมือนกันในยุคนี้

นั่นทำให้ บ็อบ เบนเน็ต Chief Innovation Officer (CIO) ของแคนซัสซิตี ได้ร่วมงานกับ Cisco ซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบเน็ตเวิร์กเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพื่อทำให้ไอเดียนี้กลายเป็นจริง

สิ่งแรกคือการติดตั้งระบบ Wi-Fi ที่จะเป็นตัวเชื่อมต่อทุกสิ่งในเมืองเข้าด้วยกัน และนำไปใช้งานผ่านแอปฯ ในมือถือของประชาชนในแคนซัสซิตี ที่จะสามารถเปิดดูข้อมูลของสิ่งต่างๆ ในเมืองนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวร้านอาหาร ที่จอดรถที่ใช้งานได้พร้อมเวลาจอดที่ดีที่สุด รวมถึงหากในเมืองมีอุบัติเหตุหรือเหตุร้ายแรงขึ้น ก็จะขึ้น Notification เพื่อเตือนภัยประชาชนได้ทันที

นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากระบบเน็ตเวิร์กยังนำไปใช้กับระบบสาธารณูปโภคอีกด้วย เช่น ไฟถนน ไฟจราจร ที่จะเปิดปิดตามเวลาที่เหมาะสม ประหยัดทรัพยากรพลังงานให้กับเมืองได้ และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยสอดส่องสาธารณสมบัติของเมืองอีกด้วย

ข้อมูลเรียลไทม์เหล่านี้ด้วยให้เมืองมีพลังงานที่ Productive ยิ่งขึ้น ประชาชนในเมืองไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียแรงไปกับการเสี่ยงโชคบนท้องถนน เพราะทั้งการจราจร ที่จอดรถ และข้อมูลของสถานที่ในแคนซัสซิตีนั้นสามารถหาได้ในระบบเน็ตเวิร์กของเมือง

“ธุรกิจท้องถิ่น อย่างเช่น ร้านอาหาร ก็ขายได้มากขึ้น เราเองก็สามารถโฟกัสที่การดูแลสาธารณสมบัติ งานสาธารณประโยชน์ และตอบสนองความคาดหวังของประชากรในเมืองได้มากยิ่งขึ้น” เบนเน็ตกล่าว

ในอนาคต แคนซัสซิตียังมองถึงการรายการสภาพการจราจร หรือปัญหาที่เกิดขึ้นบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ การส่งบิลค่าปรับ หรือค่าน้ำค่าไฟผ่านแอปฯ และไฟจราจรอัจฉริยะที่อาจทำให้การจอดรอไฟแดงบนท้องถนนกลายเป็นอดีตไปเลย

แคนซัสซิตีทำให้เห็นว่า Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของชีวิตในยุคนี้และยุคต่อๆ ไป การตอบสนองความต้องการของคนด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและเข้าใจง่าย เป็นเหมือนภารกิจของทุกวงการต่อจากนี้ ไม่เว้นแม้แต่หน่วยปกครองของรัฐ อย่างที่แคนซัสซิตีทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

Other Content

Digital Transformation ไม่ได้เปลี่ยนแค่ Technology แต่เปลี่ยนวิธีคิดในทุกส่วน อย่าง Westfield ที่อดีตเป็นแค่ที่มาจับจ่ายของกินของใช้ แต่ปัจจุบันเป็น Entertainment Place ที่ให้ผู้คนมาหาความเพลิดเพลินได้มากกว่าแค่ซื้อของ ยิ่งลูกค้ามาใช้เวลาที่นี่มากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น

การใช้ Technology เข้ามา Transform องค์กรไม่ใช่เพียงทุ่มงบประมาณนำเข้าอุปกรณ์ล้ำยุคเท่านั้น แต่ต้องดูที่ความต้องการผู้ใช้และเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักด้วยอย่าง Montana State University ที่นำระบบ Software ใหม่มาเสริม โดยไม่กระทบระบบเดิมและไม่ต้องใช้พนักงานดูแลเพิ่ม จนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

การมอบประสบการณ์ที่ดีและแปลกใหม่คือหัวใจของการทำ Digital Transformation ตัวอย่างเช่นทีม Atlanta Braves นำ Wi-Fi ที่แรงที่สุดในวงการกีฬามาใช้ในสนามเหย้าเพื่อต่อยอดประสบการณ์ดีๆ สู่มือแฟนๆ ให้สามารถสามารถอัพโหลดโมเมนต์ดีๆ และแย่งพื้นที่สื่อในโซเชียลได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับธุรกิจเบสบอลของทีมอย่างมาก

ระบบ Network ในกระบวนการ Digital Transformation สามารถช่วยประหยัดเงินให้กับองค์กร โดยสามารถป้องกันช่วงเวลาที่เรียกว่า Downtime หรือช่วงที่เครื่องจักรเกิดอาการรวน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการผลิตชิ้นงานที่ตีเป็นเงินมูลค่ามหาศาลได้ อย่างในกรณีของธุรกิจอุตสาหกรรม AW North Carolina