Atlanta Braves กับระบบเทคโนโลยีที่ทำให้การมาชมเบสบอลกลายเป็น ประสบการณ์ชั้นเลิศของแฟนๆ

Atlanta Braves กับระบบเทคโนโลยีที่ทำให้การมาชมเบสบอลกลายเป็น ประสบการณ์ชั้นเลิศของแฟนๆ

การมอบประสบการณ์ที่ดีและแปลกใหม่คือหัวใจของการทำ Digital Transformation ตัวอย่างเช่นทีม Atlanta Braves นำ Wi-Fi ที่แรงที่สุดในวงการกีฬามาใช้ในสนามเหย้าเพื่อต่อยอดประสบการณ์ดีๆ สู่มือแฟนๆ ให้สามารถสามารถอัพโหลดโมเมนต์ดีๆ และแย่งพื้นที่สื่อในโซเชียลได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับธุรกิจเบสบอลของทีมอย่างมาก

ปี 2017 ทีมเบสบอล Atlanta Braves ตัดสินใจเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ประสบการณ์ดูเบสบอลที่สนามแข่งเปลี่ยนไปตลอดกาล

ในปีนั้น ทีม Braves ตัดสินใจย้ายสนามเหย้าจาก Turner Field ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1997 มาสร้าง SunTrust Park สนามเหย้าแห่งใหม่ที่รองรับผู้ชมได้น้อยกว่า แต่ด้วยหลายเหตุผลทั้งค่า Maintenance ที่สูง ระบบคมนาคมรอบสนามที่ติดขัด พื้นที่โดยรอบที่อยู่นอกอำนาจบริหารจัดการของทีม Braves และระยะเวลาการเช่าที่กำลังจะหมดลง ทำให้การสร้างสนามใหม่ดูจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

ซึ่งทางทีมบริหารของ Braves ตัดสินใจสร้างให้สนามเหย้าแห่งใหม่นี้ เชื่อมต่อกันด้วยระบบ Wi-Fi ที่ใหญ่และแรงที่สุดเท่าที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งเคยมีมา นั่นทำให้ เกร็ก แกตตี รองประธานด้านไอทีของ Braves ติดต่อให้ Cisco ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้งานนี้อย่างเต็มตัว

ผลก็คือสนาม SunTrust Park ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตขนาด 100 GB ถึง 2 ตัว เท่ากับความแรงเน็ต 200 GB พร้อมกับจุดกระจายสัญญาณอีก 1,250 จุด ครอบคลุมทั่วสนามแข่งขันและพื้นที่รอบข้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ Mixed Use ชื่อว่า The Battery Atlanta ที่มีทั้งบาร์ ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า รวมไปถึงอพาร์ตเมนต์ และโรงแรมสี่ดาว พร้อมสถานที่แสดงดนตรีสด ทั้งหมดนี้อยู่ใต้ชายคาของระบบ Wi-Fi ที่แรงที่สุดเท่าที่สนามแข่งขันกีฬาในทวีปอเมริกาเหนือเคยมีมา

“เราให้แฟนๆ ใช้เน็ตที่แรงที่สุดเท่าที่โทรศัพท์ของพวกเขาจะรับไหวเลยล่ะ นั่นคือ 170 Mb ต่อวินาที ครอบคลุมทั่วพื้นที่ นั่นทำให้แฟนๆ ของเราจะโพสต์รูปหรือจะไลฟ์ลงโซเชียลเท่าไหร่ก็ไม่มีกระตุก” แกตตีไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย เพราะระบบ Wi-Fi ใหญ่ขนาดนี้ ทำให้แฟนๆ เต็มความจุสนามกว่าหมื่นคนโพสต์โซเชียลพร้อมกันได้สบายๆ

เมื่ออินเทอร์เน็ตดี ระบบอื่นๆ ก็ดีตามมา Braves ผูกระบบซื้อขายตั๋วดิจิทัลเข้ามาด้วย แฟนเบสบอลสามารถซื้อตั๋วที่นั่งล่วงหน้า ส่งฟอร์เวิร์ดตั๋วให้เพื่อน รวมถึงสแกนตั๋วตอนเข้าสนาม ทั้งหมดนี้ในหน้าจอมือถือ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็สแกนตั๋วด้วยแท็บเล็ต ทำให้ระบบตรวจคนทั้งรวดเร็วและประหยัดกระดาษไปได้มากทีเดียว และระบบจ่ายเงินดิจิทัลก็ไม่ได้ใช้ซื้อตั๋วได้อย่างเดียว แต่ยังนำไปซื้อของได้ทั่วทั้ง The Battery Atlanta อะไรที่เคยใช้เงินสดซื้อได้ ที่นี่จ่ายได้ทาง Digital Payment

นอกจากนี้ บริเวณ SunTrust Park และ The Battery Atlanta ยังติดตั้งหน้าจอ HD กว่า 100 จอ เพื่อแสดงข้อมูล เล่นวิดีโอ และโฆษณาให้สปอนเซอร์ทั่วทั้งสนาม และบนระบบเดียวกันนี้ยังมีหน้าจอ Interactive Kiosk ที่แฟนๆ สามารถพิมพ์เสิร์ชร้านที่มองหา หรือแม้แต่หาว่าเบียร์ที่ชอบมีขายที่ร้านไหน พร้อมบอกเส้นทางไปยังจุดหมายแบบก้าวต่อก้าว ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อกับแอปฯ Major League Baseball’s Ballpark ที่เป็นแอปฯ หลักของการแข่งขันเบสบอล Major League อีกด้วย

และเชื่อไหมว่า ระบบเน็ตเวิร์กที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร ให้บริการคนได้อีกเรือนหมื่นนี้ สามารถดูแลได้ด้วยทีมงานไอทีเพียงแค่ 18 คนเท่านั้น

ระบบเน็ตเวิร์กที่ดีไม่ได้ให้แค่การเล่นเน็ตหรือรับส่งข้อมูลเท่านั้น แต่มันคือการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ ลองนึกถึงเกมการแข่งขันที่อัพโหลดโมเมนต์ดีๆ ในเกมกีฬาได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย โดยไม่มีอุปสรรคจากปัญหาเน็ตล่มมากวนใจ เท่านี้ก็สามารถแย่งพื้นที่สื่อในโซเชียลของแฟนๆ ได้อย่างสะดวกแล้ว

“มีการแข่งขันนัดหนึ่งที่ทีม Braves ตีโฮมรันได้ วินาทีนั้นแฟนๆ โพสต์วิดีโอลงโซเชียลกันยกใหญ่” เกร็ก ไมซ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมของ Braves เล่า “ถ้าไม่ได้อยู่ในสนาม แค่เห็นคลิปของเพื่อนๆ เหล่านี้ที่จับภาพความตื่นเต้นนี้ไว้ได้แบบเรียลไทม์ ผมก็ต้องคิดขึ้นมาบ้างล่ะว่า เกมหน้าต้องไปดูทีม Braves เล่นให้ได้เลย!”

ฉะนั้นแล้ว จะเห็นว่าการมอบประสบการณ์ที่ดีและแปลกใหม่คือหัวใจของการทำ Digital Transformation และการนำ Wi-Fi ที่แรงที่สุดในวงการกีฬามาใช้ในสนามเหย้า ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงของการสร้างและต่อยอดประสบการณ์นั้นและมอบมันสู่มือของแฟนๆ ที่เหนียวแน่นกับทีม Braves เสมอมา

Other Content

Digital Transformation ไม่ได้เปลี่ยนแค่ Technology แต่เปลี่ยนวิธีคิดในทุกส่วน อย่าง Westfield ที่อดีตเป็นแค่ที่มาจับจ่ายของกินของใช้ แต่ปัจจุบันเป็น Entertainment Place ที่ให้ผู้คนมาหาความเพลิดเพลินได้มากกว่าแค่ซื้อของ ยิ่งลูกค้ามาใช้เวลาที่นี่มากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น

Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะ Digital คือส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน จึงเสมือนภารกิจของทุกวงการต่อจากนี้ไม่เว้นแม้แต่หน่วยปกครองของรัฐ ดังเช่น Kansas City ในอเมริกาที่เชื่อมต่อประชากรทุกคนในเมืองเข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Smart City ได้อย่างคุ้มค่า

การใช้ Technology เข้ามา Transform องค์กรไม่ใช่เพียงทุ่มงบประมาณนำเข้าอุปกรณ์ล้ำยุคเท่านั้น แต่ต้องดูที่ความต้องการผู้ใช้และเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักด้วยอย่าง Montana State University ที่นำระบบ Software ใหม่มาเสริม โดยไม่กระทบระบบเดิมและไม่ต้องใช้พนักงานดูแลเพิ่ม จนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ระบบ Network ในกระบวนการ Digital Transformation สามารถช่วยประหยัดเงินให้กับองค์กร โดยสามารถป้องกันช่วงเวลาที่เรียกว่า Downtime หรือช่วงที่เครื่องจักรเกิดอาการรวน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการผลิตชิ้นงานที่ตีเป็นเงินมูลค่ามหาศาลได้ อย่างในกรณีของธุรกิจอุตสาหกรรม AW North Carolina